วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

สะสมเสื้อยืด

ใช้เสื้อยืดสำหรับสะสมชื่อเสียง

คนมักจะพบเป็นจำนวนมากวิธีต่างๆในการเก็บสิ่งที่เกี่ยวข้องกับดาราที่ชื่นชอบของภาพยนตร์ดนตรีรายการโทรทัศน์หรือดาวกีฬา ช่วงของสะสมชื่อเสียงสามารถแตกต่างจากภาพถ่าย autographed เพื่อการ์ดเกมและของเล่นของสะสมได้สร้างขึ้นสำหรับชื่อเสียงนั้น หนึ่งในวิธีที่นิยมมากที่สุดในการเริ่มเก็บชื่อเสียง แต่จะผ่านการเก็บรวบรวมอย่างเป็นทางการ t - shirts เหล่านี้เสื้อ collectible สามารถให้สิ่งที่ทุกคนจับต้องได้ซึ่งพวกเขาภูมิใจสามารถแสดงความรักกับ อย่างเป็นทางการ t - shirts collectible มักรายการเป็นที่นิยมมากกับกีฬาและแฟนเพลงและเป็นหนึ่งในผู้ขายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคนดังเหล่านี้
หนึ่งในสถานที่ที่เสื้อยืดที่ส่วนใหญ่อยู่กับนักร้องและวงดนตรีที่แตกต่างกัน เหล่านี้เสื้อยืดที่มีจำหน่ายมักจะแสดงดนตรีที่แฟน ๆ สามารถซื้อได้ที่ซุ้มต่างๆรอบสถานที่ เหล่านี้เสื้อยืดได้ใส่ภูมิใจในคอนเสิร์ต, การประสานงานในใจของพัดลม รายการเหล่านี้มักจะมีค่ามากกว่าเวลาเป็นไปในเพราะคนมักจะสวมเสื้อยืดจากวงโปรดของพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะใส่ออกอย่างสมบูรณ์และไม่แต่งตัว มักจะต้องการแทน แต่เนื่องจากความรักที่เสื้อมากที่เขารู้สึกค่อนข้างไม่สมบูรณ์ไม่ได้ คนเหล่านี้มักจะจ่ายเงินดีอีก t - shirt collectible ของวงโปรดของพวกเขา
ทีมกีฬาและดาวมักจะตลาดชื่อเสียงของตัวเองt - shirts collectible ด้วย แฟนกีฬาที่จะแสดงความรักทีมโปรดของพวกเขาในเสื้อผ้าของพวกเขาในขณะที่ชมเกมสำหรับเสื้อเหล่านี้จะทำดีทั้งที่บ้านและที่เกม Fans ต้องการแสดงสนับสนุนตลอดกาลของพวกเขาสำหรับทีมโปรดและหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำก็คือการใส่เสื้อยืดแสดงทีมงานที่ภาคภูมิใจเป็นโลโก้ของ หลายประเภทเสื้อเหล่านี้สำหรับแฟน ๆ จากเสื้อง่าย t - แสดงชื่อทีมและโลโก้เพื่อพิเศษบุคคลjerseys ของแฟนเป็นผู้เล่นดาวที่ชื่นชอบในทีม jerseys เหล่านี้สามารถเป็นวิธีที่พิเศษเพิ่มการแสดงการสนับสนุน
มักภาพยนตร์จะมีคอลเลกชันของ t - shirt ของพวกเขาสำหรับแฟนๆ โดยนำภาพของนักแสดงในภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงฉากหรือคำพูดจากหนังที่แฟนสามารถมีส่วนของตัวเองของที่ระลึกที่พวกเขาภูมิใจสามารถสวมใส่ คอลเลกชันนี้ทำงานโทรทัศน์ยังแสดงให้สิ่งที่แฟน ๆ จะแสดงและสนุกกับ เสื้อยืดสามารถทำได้เกือบๆประเภทของกิจกรรมบันเทิง
ธรรมชาติ - autographed เสื้อ t จะคุ้มค่าเงินมากขึ้นกว่ารุ่นปกติ โดยมีเสื้อยืดเป็น autographed การเพิ่มมูลค่าของชิ้นเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงในตอนนี้ซึ่งทำให้แม้แต่น้อยกว่า t - shirts อื่น ๆ ที่ ดาวได้สัมผัสเสื้อและ autographed มันซึ่งเป็นสิ่งที่มากที่สุด t - shirts อื่น ๆ ไม่ได้ เนื่องจากข้อเท็จจริงนี้ - autographed เสื้อ t สามารถเป็นที่กลางโต๊ะใหญ่เพื่อเก็บทุกอย่างให้แฟนที่สมบัติจะสามารถแสดงและภาคภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งของสะสมชื่อเสียงของพวกเขา

ประวัติของโมเดิร์นเสื้อยืด

ประวัติของโมเดิร์นเสื้อยืด

A - ทันสมัยเสื้อยืดจะมีปุ่มไม่มีปกหรือกระเป๋า จะสามารถทำจากผ้าฝ้ายหรือโพลีเอสเตอร์หรือผสมผสาน มีเสื้อยืดคอกลมและแขนและหลุมนี้อาจจะตกแต่งด้วยข้อความและกราฟิก, ตลกบางครั้ง
แต่เสื้อไม่ได้เสมอไม่นี้ทาง, oh เสื้อยืดมีประวัติอันยาวนานและภูมิใจที่ขึ้นต้นด้วยชาวอียิปต์โบราณที่สวมชุดชั้นอย่างเป็นทางการในขณะที่พวกเขา erecting ปิรามิดใน 120 องศาทะเลทรายความร้อน
ประวัติศาสตร์บางทฤษฎีที่ปิรามิดเป็นจริงควรจะก้อนใหญ่ แต่เนื่องจากแต่ละทีมได้หมดจากการใส่เสื้อยืดภายใต้เสื้อผ้าในทะเลทรายร้อนสูงของพวกเขาว่าลูกเรือตามมาก็ทำงานน้อยลง ปรารถนานี้ที่ต้องทำน้อยลงและรีบวาระสุดท้ายของโครงการนำผู้นำทีมในวันที่เพียงวางจุดด้านบนของลูกบาศก์ - เปิด - ปิรามิดและแจ้งปุโรหิตสูงและ priestesses ว่าได้ overruns ต้นทุนและการเปลี่ยนแปลง" ในแผน"
จะว่ามันอาจ, เสื้อยืดเลี้ยงหัวน่าเกลียดอีกครั้งในศตวรรษที่ 19 อีกครั้งหนึ่งเป็นชุดชั้นในสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ Brits และตาของพวกเขามีชื่อเสียงสำหรับการเริ่มต้นต้องรอบคอบเด็กชายวัยเรียนให้สวมเสื้อยืดและเหน็บไว้ในกางเกงในของพวกเขามากกว่า แต่กางเกงในเพื่อฟอยล์ bullies'พยายามที่ให้ wedgies อะตอมของพวกเขา
bullies ไม่แพ้รู้ แต่เพียงคว้าเสื้อยืดและกางเกงในสองเคลื่อนที่แทนหนึ่งและดำเนินการให้wedgies อะตอมเป็นก่อน เด็กนักเรียนบางคนใช้แล้วท้องอืดเป็นกลไกการป้องกันเพื่อยับยั้ง bullies แต่นี้สำหรับการสนทนาอื่นทั้งหมด
เสื้อยืดเป็นที่นิยมอีกครั้งกับการกำเนิดของสงครามโลกครั้งที่ ประเภททหารเช่น sailors เริ่มใส่ชุดชั้นเหล่านี้จะทำงานในและเมื่อร้อนเกินไปจะสลัดเสื้อบนยอดและทำงานในเสื้อยืดเท่านั้น
บางวิดีโอต้น posted on Youtube sailors แสดงใน 1940 ของการปฏิบัติหน้าที่ในเสื้อยืดบนเรือใหญ่เรือรบและบางครั้งแตกออกในเพลงและเต้นรำโดยเฉพาะที่"YMCA"โดยประชาชนหมู่บ้าน การเพาะกายมีประสิทธิภาพในกระดานนี้ผู้ให้บริการเครื่องบินขนาดใหญ่เพื่อให้คนในรูปร่างและ Richard Simmons'พ่อแม้, Gene จะนำแจ็คกระโดดในเสื้อของเขา
ใน Forrest ปี 1960"Running Man"Gump heralded ในยุคใหม่ของตกแต่ง t - shirts เมื่อเขาปฏิเสธอีกครั้งโดยเจนนี่เขาเอาไปทำงานข้ามประเทศและเช็ดโคลนใบหน้าของเขาในสิ่งที่จะเป็นครั้งแรก Happy Face เสื้อยืด Gump วิ่งยังบอกว่า"สิ่งที่เกิดขึ้นหรือการใช้คำฟุ่มเฟือยหยาบคายบางนี้เหมือนกันและได้กลายเป็นคำขวัญประจำชาติในเวลาไม่อื่นตกแต่งเสื้อ t - จากชายฝั่งถึงชายฝั่ง
ตั้งแต่เวลานี้เสื้อยืดมีวิธีในการแสดงออกของผู้คนนับล้าน แรกใส่เป็นวิธีการความเห็นทางการเมืองก็ไม่ได้ใช้เวลานานก่อนความเห็นเปิดตลกแล้วคนเริ่มสวมเสื้อทุกประเภท funny t - แสดงตนภายในgoofballs ไปทั่วโลก
จึงมีคุณได้เป็นประวัติศาสตร์บิดของ t - shirt ทันสมัย แม้ว่านี้อาจจะเป็นนิยายผ่าตัดจริงๆสิ่งที่เกิดขึ้นมีสาระสำคัญในความเป็นจริงถูกต้อง ไม่ออกไปซื้อเสื้อยืดแสดง goofball ภายในของคุณ

ประวัติเสื้อ t-shirt และเรื่องผ้าน่ารู้

เริ่มกันด้วยประวัติเสื้อ t-shirt ครับ

สมัยก่อนคนอเมริกันกับคนฝรั่งเศสเคยเถียงกันว่า ใครกันหนอที่เป็นคนทำให้เสื้อยืดแพร่หลาย ฝั่งอเมริกันก็บอกว่าเขานี่แหละที่ทำให้เสื้อยืดเป็นที่รู้จัก เพราะอุตสาหกรรมหนังและเพลง แต่ฝรั่งเศสก็บอกว่าเขาต่างหากที่เป็นต้นไอเดียเสื้อชั้นในของผู้ชายที่ทหารจีไอเอาไ
ปเลียนแบบ จนกลายมาเป็นเสื้อยืดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเถียงกันอย่างไรคงไม่มีใครมานั่งสนใจว่าใครจะเป็นคนคิดก่อน เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็มีและใส่เสื้อยืดกันทั้งนั้น

เสื้อยืดเริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้างจริงๆ นั้น มาจากวัฒนธรรมของอเมริกันโดยแท้ ในยุคทศวรรษ 1950 เริ่มมีการใส่เสื้อยืดกันเดินตามท้องถนน หนังเรื่อง Street Car Name Desire นำแสดงโดยมาร์ลอน แบรนโดที่ออกฉายในปี 1951 และ Rebel Without a Cause นำแสดงโดยเจมส์ ดีน ในปีค.ศ.1955 ตอกย้ำภาพของคนรุ่นใหม่กับเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์รัดรูปเปรี๊ยะ ทำเอาใครต่อใครแต่งตัวเลียนแบบดารากันเป็นแถว


แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี เสื้อยืดก็ยังเป็นแฟชั่นที่ดูไม่สุภาพ “โดยส่วนตัวผมเห็นว่าเสื้อยืดก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่สามารถใส่ได้ทุกโอกาส ไม่ว่าจะมีคอวี มีปกหรือคอกลมก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าใส่ไม่ได้ บางงานหากไม่ต้องการอะไรที่เป็นทางการมาก เสื้อยืดแฟชั่นทับด้วยเบลเซอร์สักตัว ก็ดูดีได้” อภิวัฒน์ ยศประพันธ์ สไตลิสท์ของนิตยสารแพรวบอกกับเราอย่างนั้น แถมกำชับว่า เสื้อยืดแม้ว่าจะสะดวกสบายสวมใส่ง่าย แต่ก็ ‘ไม่ควรจะง่ายทุกโอกาส’


ยุคเริ่มแรกของการเกิดทีเชิ้ตคงไม่แตกต่างจากหนังมากนัก ในแง่ที่ว่า เสื้อยืดเป็นตัวแทนของการต่อต้านสังคม ความรู้สึกของ ‘ความไม่สุภาพ’ ของเสื้อยืดนั้นก็ยังติดตัวมันอยู่จนถึงทุกวันนี้ และที่สำคัญเสื้อยืดสามารถสะท้อนความคิดและบุคลิกของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี


“ถามว่าเราดูคนจากรองเท้าที่ใส่ได้ไหม ก็ได้ครับ แต่ว่าเสื้อยืดราคาถูกกว่าหาซื้อง่ายกว่า ฉะนั้นผมเชื่อว่า ถ้าเราอยากจะรู้จักวัยรุ่นสักคนในสมัยนี้ ต้องดูที่เสื้อยืดที่เขาใส่ ดูคำดูรูปที่อยู่บนเสื้อ เราก็จะรู้ได้ประมาณหนึ่งว่าเขาเป็นคนอย่างไร” ป๋าเต็ดหรือยุทธนา บุญอ้อม ผู้ริเริ่มจัดมหกรรมเสื้อในบ้านเรา ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สาม


“ผมเคยนำเสื้อของศิลปินอย่างคุณวสันต์ สิทธิเขต มาจัดแสดงในงานทีเชิ้ต เฟสติวัลของเราในครั้งแรก เขาจะทำเสื้อยืดขึ้นมาใหม่ทุกครั้งที่เขาเข้าร่วมประท้วงในเหตุการณ์ต่างๆ พอเราเอามารวมกันในที่เดียว พบว่ามันเป็นภาพสะท้อนความคิดที่ดีมากของคนๆ หนึ่ง ที่ต้องการสื่อความคิดของตัวเองได้ดีมาก”


เสื้อเชิ้ตเป็นเหมือนผ้าใบสีขาวที่รอคนมาเติมสีแต่ดีกว่าตรงที่เราใส่มันไปไหนมาไหนไ
ด้ ในยุคทศวรรษ 1960-1970 ยุคที่ดนตรีร็อคทรงอิทธิพลอย่างมาก วงดนตรีต่างๆ นำเอาเสื้อยืดมาสกรีนลาย ขายเป็นของที่ระลึกยามที่ออกทัวร์คอนเสิร์ต หรือใช้เป็นสัญลักษณ์ในการแบ่งหน้าที่ระหว่างคนดูกับทีมงานอย่างได้ผล เสียดายที่ไม่มีการจดบันทึกไว้ว่าใครเป็นคนริเริ่มทำ


หลายๆ วงขายเสื้อยืดได้พอๆ กับยอดขายไปแล้วครับ อย่าง The Beatles หากว่านับเอาจำนวนเสื้อที่เขาขายได้ทั้งหมด ทั้งละเมิดลิขสิทธิ์และถูกกฎหมายแล้วล่ะก็ เผลอๆ ยอดขายอาจไม่ได้น้อยไปกว่ายอดอัลบั้มที่พวกเขาสามารถขายได้


ยุคแรกๆ ของทีเชิ้ตที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับวงการดนตรี ส่วนมากเป็นเสื้อของวงร็อคเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เดอะ โรลลิ่งสโตน (The Rolling Stone) เลด เซปลิน (Led Zeplin) บ๊อบ มาร์เลย์ (Bob Marley) จิมมี่ เฮ็นดริกซ์ (Jimmy Hendrix) ทีเชิ้ตสกรีนลายสัญลักษณ์ของวงบางวง กลายเป็นลายคลาสสิคที่ดีไซเนอร์หลายคนหยิบจับมาใช้จนทุกคนจำได้ ไม่ว่าจะเป็นลายปากแลบลิ้นของ เดอะ โรลลิ่งสโตน หรือว่ามงกุฎและลายธงชาติอังกฤษที่เรามักเห็นคู่กับวงเดอะเซ็กซ์ พิสทอลและวิเวียน เวสต์วู้ด (Vivienne Westwood)


ว่าไปแล้วเธอก็เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการผสมผสานระหว่างแฟชั่นและดนตรีเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ยุคแรก การเปลี่ยนชื่อร้านของเธอจาก ‘Let it Rock’ มาเป็น ‘Too Fast to Live Too young to Die’ สะท้อนความคิดที่ได้รับมาจากฮิปปี้และดนตรีร็อคโดยตรง การเข้าไปมีส่วนสำคัญของการดังเป็นพลุแตกของเดอะเซ็ก พิสตอล ที่สามีของเธอขณะนั้น (มัลคอม แมคลาเรน-Malcom McLaren) เป็นผู้จัดการวง ทำให้ภาพลักษณ์ของวิเวียน เวสต์วู้ดไม่เคยหลุดอกจากความเป็นพังค์ที่กอดเกี่ยวกับดนตรีอย่างแยกไม่ออก


ดนตรีและแฟชั่นก็ไม่เคยห่างกัน บางครั้งดนตรีและนักดนตรีก็เป็นตัวกำหนดรูปแบบของแฟชั่นของแต่ละยุคแต่ละสมัยไปโดยปร
ิยาย และทีเชิ้ตก็ไม่เคยหลุดเทรนด์ หลังๆ คุณคงเริ่มสังเกตว่าทีเชิ้ตไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่วงร็อคเท่านั้น ทีเชิ้ตรัดติ้วแบบที่ริกกี้ มาร์ตินใส่ก็ทำให้คนฮิตกันไปทั่ว หรือทีเชิ้ตสกรีนตัวหนังสือ ‘Britney Spear’ ที่แปะอยู่บนเสื้อของมาดอนน่า ทำเอาใครต่อใครต้องหามาใส่ เสื้อยืดเป็นตัวบอกรสนิยมอย่างจงใจ


หลังยุคทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา เสื้อผ้ายี่ห้อดังต่างๆ เริ่มหันมาสนใจกับตลาดทีเชิ้ต แบบที่นิยมมากในยุคนั้นก็คือทีเชิ้ตสีขายสกรีนโลโก้ปะติดกลางหน้าอก คาลวิน ไคลน์ เป็นตลาดไฮแบรนด์เจ้าแรกๆ ที่ทำให้เกิดกระแสนี้จนกระทั่งลามไปถึงเจ้าอื่นๆ แต่ตอนนี่ทีเชิ้ตสุดฮิตในหมู่นักร้องและศิลปินของอเมริกาไม่มีทีเชิ้ตไหนเกิน anti-bush-t-shirt ที่ขายอยู่ในเว็บไซท์ www.bant-shirt.com ไปได้ เพราะก่อตั้งโดยจุดประสงค์เพื่อต้องการรณรงค์และต่อต้านความไม่ชอบธรรมของท่านผู้นำท
ี่ปิดหูปิดตาประชาชน แล้วทำตัวเหมือนพระเจ้าที่ชี้นิ้วกำหนดทุกอย่าง ในเว็บไซท์นี้จึงมีเสื้อยืดต่อต้านการเมือง รณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม และทีเชิ้ตส่งเสริมมนุษยชน


ใครเห็นแล้วอยากทำล้อเลียนผู้นำบางประเทศก็ไม่น่าจะผิดแต่ประการใด



บทความ โดย นิตยสาร GM ฉบับ June 2006 (ref welovetshirt.com)



ชนิดเนื้อผ้าทำเสื้อยืด

เนื้อผ้าสำหรับเสื้อคอปกและเสื้อยืด (POLO & T-SHIRT)

ลักษณะของเนื้อผ้าสำหรับเสื้อโปโลและเสื้อยืด ที่นิยมใช้กัน มี 3 ชนิด ดังนี้

เนื้อผ้า
1. Cotton 100% (ผ้าฝ้าย) ความยืดหยุ่น สูงมาก การระบายอากาศ สูงมาก
2. TC ( Cotton ผสม Polyester ) ความยืดหยุ่น ปานกลาง การระบายอากาศ ปานกลาง
3. TK ( Polyester หรือ ใยสังเคราะห์ ) ความยืดหยุ่น พอใช้ การระบายอากาศ พอใช้

1. Cotton 100% (ผ้าฝ้าย)
Cotton เป็นเส้นใยธรรมชาติ 100% ผลิตจากฝ้ายสวมใส่สบายะบายอากาศได้ดีซับเหงื่อได้ดีเยี่ยมเนื้อผ้าจะมีลักษณะ
ด้าน แต่ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน คือมันจะยับง่าย เมื่อซักบ่อยๆ ก็จะย้วย

ข้อดี
1. สวมใส่สบาย ระบายอากาศดีมาก
2. ผ้านุ่มเนียนสวย
3. การดูดซับน้ำดี

ข้อเสีย
1. ผ้าต้องหดตัวเมื่อผ่านการซักครั้งแรก
2. ราคาสูงกว่าผ้า TC และ TK
3. ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพผ้าและร้านขาย

ประเภทเส้นใย Cotton จะแบ่งตามลักษณะได้ดังนี้

1.1 Cotton OE เป็นผ้า Cotton เกรดต่ำสุด ลักษณะของผ้าจะมีความกระด้างมากกว่าผ้า Cotton ชนิดอื่นๆ
1.2 Cotton Semi เป็นผ้า Cotton เกรดปานกลาง ผ้าจะมีความเนียน ณ ระดับหนึ่ง ไม่กระด้าง ราคาไม่สูง และ คุณภาพค่อนข้างใช้ได้
1.3 Cotton Comb เป็นผ้า Cotton เกรดดีที่สุด ลักษณะผ้าจะมีความเนียนและเงามาก ราคาสูงมากกว่าCottonเกรดอื่น

ขนาดเส้นด้าย ที่นิยมนำมาทอผ้า Cotton มีดังนี้
1.1 Cotton No.20 เส้นด้ายจะมีขนาดใหญ่สุด ผ้าที่ทอได้จึงหนาพอสมควร
1.2 Cotton No.32 เส้นด้ายจะมีขนาดเล็ก ผ้าที่ทอได้จะเนียนและบาง
1.3 Cotton No.40 เส้นด้ายมีขนาดเล็กที่สุด ผ้าที่ทอจึงเนียนมาก และบางมาก จึงต้องทอเป็นเส้นคู่ และราคาจะค่อนข้างสูง


2. TC (Cotton ผสม Polyester)
เป็นเส้นใยผสมระหว่าง Cotton และ Polyester ผ้าชนิดนี้นิยมทอผ้าให้มีลักษณะเป็นรูเนื่องจากผ้าประเภท TK และ TC มีสมบัติในการระบายอากาศที่ไม่ค่อยดีนัก การทอผ้าจึงนิยมทอผ้าให้มีรูเล็กๆ เพื่อช่วยระบายอากาศ และเพื่อความสบายในการสวมใส่เนื้อผ้าจะมีลักษณะความมัน (น้อยกว่า TK)

ข้อดี
1. สวมใส่สบาย ระบายอากาศดีพอใช้
2. การดูดซับน้ำดีพอใช้

ข้อเสีย
1. ผ้ามีการย้วยบ้างเมื่อผ่านการซัก
2. ผ้าจะไม่เนียนสวยเท่า Cotton
3. ราคาขึ้นอยู่กับสีผ้า

ขนาดเส้นด้าย ที่นิยมนำมาทอผ้า TC มีดังนี้

1.1 TC No.20 เส้นด้ายจะมีขนาดใหญ่สุด ใช้ทอได้ทั้งผ้าเรียบและผ้าจูติ
1.2 TC No.34 เส้นด้ายจะมีขนาดเล็กมาก ใช้ทอผ้าจูติ จึงต้องทอเป็นเส้นคู่


3. TK (Polyester หรือ ใยสังเคราะห์)

เป็นเส้นใยสังเคราะห์ผลิตจาก Polyester ผ้าใยสังเคาะห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าผ้า T/K หรือ TK เนื้อผ้าจะมีลักษณะมัน คุณสมบัติ ทั่วๆไป คือ ผ้า TK จะไม่ค่อยยับ อยู่ทรง ไม่ย้วย สีไม่ตก
แต่ข้อเสียก็คือเสื้อที่ทำจากผ้า TK ใส่แล้วจะร้อน เนื่องจากระบายอากาศไม่ดีผ้า TK จึงนิยมทอ ให้มีลักษณะเป็นรูเช่นกัน ทนทานหาได้ง่ายและวางขายตามท้องตลาด


ข้อดี
1. ราคาถูก
2. ทนทาน
3. หาซื้อง่ายตามท้องตลาด

ข้อเสีย
1. ผ้าจะเป็นเม็ดเมื่อผ่านการซัก
2. เนื้อผ้ากระด้าง ระบายอากาศไม่ดี
3. ไม่ดูดซับน้ำ

เส้นด้าย ที่นิยมนำมาทอผ้า TK มีดังนี้

1.1 TK No.20 เส้นด้ายจะมีขนาดใหญ่สุด ใช้ทอได้ทั้งผ้าเรียบและผ้าจูติ

ลักษณะการทอมีอยู่ 2 แบบ

แบบเนื้อ Lacoste หรือ เนื้อ Juti < จุติ>
- ทอแบบ Juti รูจะเป็นรูปรังผึ้ง
- ทอแบบ Lacoste รูจะเป็นรูปข้าวหลามตัดเล็กๆ
แบบเนื้อเรียบ


เนื้อผ้า และ ความเหมาะสม
Cotton 100% (ผ้าฝ้ายธรรมชาติ)

เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ในที่กลางแจ้งและโดนแดดบ่อยๆ
เพราะผ้าจะระบายอากาศได้ดีไม่ค่อย อมเหงื่อ
หรือต้องการความหรูหราใส่สบายแต่ราคาอาจจะสูงซักนิดนึง

TC ( Cotton ผสม Polyester )

เหมาะกับคนที่เหงื่อออกง่ายแม้ทำงานอยู่ในห้องแอร์
เพราะระบายอากาศได้ดีพอสมควรและข้อดีที่โดดเด่นกว่า
Cotton 100% คือ อยู่ทรง ไม่หดไม่ย้วย (ส่วน Cotton
จะคุม % ความหดและย้วยลำบาก)


TK ( Polyester หรือ ใยสังเคราะห์ )

เหมาะที่จะใช้ในห้องแอร์ ไม่ค่อยโดนแดด


มีข้อแนะนำการซักและการดูแลรักษาเสื้อยืดให้อยู่กับเรานานๆมาแนะนำนิดหน่อยครับ

1. ให้แยกซักระหว่างผ้าขาวกับผ้าสี แนะนำให้ซักมือจะดีกว่า

2. ผงซักฟอกให้เลือกที่ไม่รุนแรง และ ถนอมใยผ้าครับ

3. ไม่ควรตากโดยใช้ไม้แขวนเสื้อ ให้กลับด้านแล้วพาดเสื้อกับที่ราวตากผ้า

4. เมื่อเสื้อแห้งถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้ไม้แขวนเสื้อนะครับ ควรผับเก็บจะดีที่สุดครับ

ควรระวังข้อ3 กับ ข้อ4 เพราะเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้เสื้อของคุณเสียทรงเร็ว และคอเสื้อยืดง่ายครับ

ตำนานอันลือลั่นของเสื้อยืด

เสื้อยืดแขนสั้นหรือทีเชิ้ตที่เราเริ่มรู้จักกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้กลายเป็นแฟชั่นยอดนิยมไปทั่วเสียแล้ว  เฉพาะในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวก็ขายทีเชิ้ตได้กว่าพันล้านตัวในปี ค.ศ. ๑๙๙๐
     ที่จริงเสื้อทีเชิ้ตเริ่มจากชุดชั้นในซึ่งใช้ใส่ทำงานกลางแจ้งจุดกำเนิดไม่ชัดเจน แต่ค่อนข้างแน่ว่ามาจากกะลาสีเรือ  มีเรื่องเล่าว่า  สมัยหนึ่งกะลาสีเรืออังกฤษได้รับคำสั่งให้เย็บเสื้อแขนสั้น ๆ ติดไว้กับเสื้อกล้าม พระราชวงศ์จะได้ไม่เห็นขนรักแร้อีกเรื่องหนึ่งเล่าว่า  คนขนถ่ายใบชาที่ท่าเรือแอนนาโปลิส  ในแมรีแลนด์  ช่วงคริสต์ศตวรรษที่  ๑๗  ใส่เสื้อยืดแขนสั้นทำงาน คำว่า Tea ซึ่งแปลว่า ชา จึงกลายมาเป็นตัว  “T”  สำหรับคำว่าทีเชิ้ต ที่แน่ ๆ  ก็คือ ในปี ค.ศ. ๑๙๑๓ กองทัพเรือสหรัฐฯ  ให้ทหารเรือใส่เสื้อผ้าฝ้ายสีขาวแขนสั้นคอกลมไว้ใต้เสื้อจัมเพอร์อันเป็นเสื้อสวมศีรษะคลุมถึงสะโพก ส่วนหนึ่งก็คงเพราะต้องการจะปิดขนหน้าอกอันน่าเกลียด
     เสื้อทีเชิ้ตมีประโยชน์มากสำหรับชายหญิงเป็นล้าน ๆ คน ที่รับราชการทหารในทุกแห่งหน โดยเฉพาะในเขตร้อน มันดูเรียบร้อย ซักก็ง่าย  เอาไว้ขัดหัวเข็มขัดก็ได้ ขัดรองเท้าก็ดี หรือถ้าจำเป็นก็เอามาม้วนทำหมอนหนุนหรือใช้เป็นผ้าพันแผล  จะว่าไปแล้วเสื้อทีเชิ้ตก็คือเสื้อในของสมัยหลังสงคราม ยิ่งถ้าเป็นแถบอากาศอบอุ่นแล้ว จะใส่ทีเชิ้ตอย่างเดียว ไม่มีเสื้อทับ มันเป็นเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงความมีสิทธิเท่าเทียมกัน  ผู้ชายอาชีพใด ๆ ก็ใส่ได้ทั้งนั้น ทหารเก่า (รวมทั้งลูกชายของพวกเขา)จะรู้สึกเหมือนแก้ผ้าเลยทีเดียว ถ้าไม่ได้ใส่ทีเชิ้ต
     ส่วนใหญ่เราจะเห็นคนงานชอบสวมทีเชิ้ต เพราะต้องการความสบายในการสวมใส่ เนื่องจากทีเชิ้ตเข้ามาแทนที่เสื้อกล้ามแบบโชว์รักแร้ เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ชนชั้นกรรมาชีพมาลอน  แบรนโด  ช่วยตอกย้ำสถานภาพนี้ในหนังที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๕๑ เรื่อง “A Street Car Named Desire”  ซึ่งแบรนโดเล่นเป็นชายชาตรีที่ดุดันหยาบกระด้าง  กล้ามเนื้อเป็นมัดของเขามองเห็นได้ชัดใต้เสื้อทีเชิ้ตรัดรูป  แบรนโดอีกเช่นกันที่ทำให้ทีเชิ้ตเป็นเสมือนธงรบของวัยรุ่นที่กบฏต่อพ่อแม่  ซึ่งภาพพจน์นี้ยืนยาวที่สุด
     ช่วงปลายทศวรรษที่ ๖๐ เสื้อทีเชิ้ตถูกนำมาย้อมสี  โดยเอาเชือกมัดก่อนย้อมให้เป็นลวดลาย หรือระบายสี หรือพิมพ์ซิลค์สกรีนเป็นรูปเครื่องหมายสันติภาพและสัญลักษณ์ของการประท้วง เสื้อทีเชิ้ตกลายเป็นเวทีแสดงความรู้สึกส่วนตัว หลักปรัชญา  โฆษณาผู้สมัครรับเลือกตั้ง และสินค้าต่าง  ๆ  ก็ตอนช่วงทศวรรษที่ ๗๐  สงครามเวียดนามผลักดันทีเชิ้ตเข้าสู่โลกของตัวอักษรและการแสดงความเห็นโต้แย้ง เด็กหนุ่มสาวสวมทีเชิ้ตพิมพ์ข้อความต่อต้านสงครามเวียดนามให้คนทั่วไปรู้ถึงความรู้สึกของพวกเขา
     เราไม่ต้องแบกป้ายประท้วงให้เมื่อยมือ ในเมื่อสามารถเขียนข้อความร้องทุกข์ไว้บนหน้าอกเสื้อได้  ไม่ว่าจะไปฟังการหาเสียงทางการเมือง  หรือแค่ไปกินเบอร์เกอร์ก็สวมทีเชิ้ตออกไปได้ ขณะที่อเมริกากำลังเริ่มให้ความสำคัญกับความคิดเห็นมากกว่าความรู้ ทีเชิ้ตดูจะเป็นเวทีวาทะที่เหมาะเจาะ  เราไม่ต้องพูดอะไรสักคำทุกคนก็รู้ว่าจุดยืนของเราเป็นอย่างไร  ไม่ว่าจะเรื่องสงคราม  ความขัดแย้งทางเพศ หรือต่อต้านผู้อยู่ในอำนาจ  ไม่นานนักทีเชิ้ตก็ถูกใช้แสดงความคิดเห็นในเรื่องทุกเรื่องที่คิดได้ หรือสื่อคำสารภาพส่วนตัว เช่น “เสรีภาพในการสูบกัญชา” หรือ “ปลดนิกสัน” หรือ “ฉันยังเป็นสาวบริสุทธิ์  (แต่นี่เสื้อตัวเก่านะ)”  ประโยคหลังนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า ไม่มีอะไรที่แน่นอน
     ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของทีเชิ้ตที่ได้มาจากทีเชิ้ตคอปิด คือทำให้ไม่ต้องผูกเนกไท บุรุษทั้งหลายต่างสำนึกบุญคุณเสื้อทีเชิ้ตคอปิดกันอยู่ชั่วกาลนาน  ผู้หญิงเองก็ได้ใส่เสื้อที่ดูแลรักษาง่ายนี้แทนเสื้อแบบที่เคยใส่ไปด้วย  สำนักงานหลายแห่งยินยอมให้พนักงานใส่เสื้อทีเชิ้ตผ้าฝ้ายแบบเรียบ ๆ สีเดียว แล้วใส่เสื้อสูททับมาทำงานได้
     นักวิชาการผู้ศึกษาวัฒนธรรมในตอนนี้ต่างก็เสียใจว่าพวกเขาไม่เคยคาดเลยว่า  ทีเชิ้ตจะกลายเป็นประดิษฐกรรมของมนุษย์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด และสำคัญที่สุดของแฟชั่นในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ เมื่อไม่นานมานี้  สถาบันเทคโนโลยีแฟชั่นในนิวยอร์กก็ยังจัดนิทรรศการทีเชิ้ตเพื่อแสดงให้เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ  ในปี ค.ศ.  ๑๙๙๑ ตามที่มีบันทึกไว้บนทีเชิ้ต ตั้งแต่ปฏิบัติการพายุทะเลทราย  ไปจนถึงคดีของ  วิลเลียม  เคนเนดียิ่งไปกว่านั้น  สามแผนกของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อเมริกันแห่งชาติ  ได้แก่  แผนกเครื่องแต่งกาย  ชีวิตตามชุมชน และประวัติศาสตร์การเมือง ก็สะสมทีเชิ้ตไว้สำหรับแสดงนิทรรศการด้วย
     ประดิษฐกรรมใหม่ล่าสุดตอนนี้คือ ทีเชิ้ตที่มีสีแบบใหม่เรียกว่า“ สีนูน”  ที่ใช้วิธีบีบเอาจากหลอดโดยตรงออกมาเป็นหยดใหญ่ ทำให้เสื้อทีเชิ้ตของเด็ก ๆ กลายเป็นเสื้อในฝัน  เพราะมีลายนูนต่ำ เสื้อทีเชิ้ตที่ไวต่อความร้อนจะเปลี่ยนสีได้เมื่อสวมใส่ลงบนร่างกายก็กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
     ไม่มีใครทราบว่า  เรื่องราวของเสื้อทีเชิ้ตจะจบสิ้นลงเมื่อใดแต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ตราบใดที่คนอเมริกันยังคิดว่าต้องระบายความในใจให้โลกรู้อยู่ละก็ ตราบนั้นเจ้าเสื้อทีเชิ้ตก็คงจะต้องอยู่ต่อไป
ข้อมูลนี้ได้มาจากบทความเรื่อง “ทีเชิ้ต เสื้อยืดยอดฮิตของชาวอเมริกัน”  โดย เจ.ดี. รีด  ในนิตยสารเสรีภาพ  ฉบับที่ ๑/๒๕๓๖
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

ประวัติเสื้อยืดพิมพ์

ประวัติเสื้อยืดพิมพ์

ใครคิดว่าจะพิมพ์ลงบนเสื้อยืด? ดีทุกอย่างเริ่มใน 1700 ที่จะถูกนำไปยุโรปตะวันตกจากเอเชียเป็น'ภาพพิมพ์' ก็เป็นที่รู้จักมากเมื่อมีการ mesh ไหมและนี่คือเหตุผลที่คำว่า'Silk Screen Printing'ใช้วันนี้
ซามูเอล Simon เป็นหน้าที่ patency ของ'Screen Printing'ใน 1907 เสื้อผ้าไม่ได้ผลิตภัณฑ์แรกเป็นกระบวนการที่ใช้ในการพิมพ์ลงบนมันถูกคิดค้นจริงในการผลิตวอลล์เปเปอร์แพงรวยและถูกพิมพ์ในรูปแบบต่างๆของผ้าไหมและผ้าลินินเป็นชนิดที่นิยมที่สุด เทคนิคเข้าใจใหม่ไม่ได้ผลิตโดยมากพวกเขาไว้ภายใต้ความลับอย่างเข้มงวดและ workshops ถูกยากมากเจอ
เครื่องพิมพ์ 1910 โดยเริ่มทดลองกับชนิดของสารเคมีที่มีการถ่ายภาพเป็นเทคนิคการดีพวกเขาเริ่มปรับเทคนิคเหล่านี้ในการผลิตผ้าไหมของหน้าจอ เป็นสุภาพบุรุษสามเรียก Roy Beck, Charles Peter และ EdwardOwens ที่จริงประดิษฐ์ลายฉลุภาพถ่าย Imaged แรกนี้รวมเกลือของกรด chromic ที่ผลิตอิมัลชันและนี่คือจุดเริ่มต้นสำหรับรูปแบบผ้าพิมพ์สกรีนขนาดใหญ่
รวม Roy Beck, Charles Peter และการค้นพบ Edward Owens ลงรัก Joseph Ulanos ลายฉลุละลายพวกเขามีฐานที่มั่นคงเพื่อให้หน้าจอที่ได้แล้วจะทำใน stencils วิธีใช้กับหน้าจอจะแห้งนี้ได้แล้วตัดเป็นรูปทรงออกจากหน้าจอไหม'ซึ่งหมึกได้ผ่านการผลิตเสื้อผ้าพิมพ์วอลล์เปเปอร์ของคุณหรือ
ตอนนี้พวกเขาได้คิดค้นเทคนิคคำถามได้ประเภทอื่น ๆ ของวัสดุสามารถใช้เทคนิคใน? ศิลปินที่บรรดาผู้ที่ใช้หน้าจอการพิมพ์มากที่สุดและที่มันเป็นกระแสหลักที่พวกเขาผลิตโปสเตอร์, หนังสือ, หนังสือพิมพ์และเสื้อผ้า
ปี 1960 ได้เมื่อมันได้กลายเป็นเทคนิคที่มีชื่อเสียง, Andy Warhol เริ่มใช้เทคนิคแบบดั้งเดิมและปรับให้ผลิตชิ้นงานศิลปะของเขาด้วยหนึ่งเดียวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาเป็นภาพของ'Marilyn Monroe'
เทคนิคเหล่านี้ถูกผลิตบนหน้าจอเดียวและมันไม่ถึง 1967 เมื่อนักประดิษฐ์'Michael Vasilantone'มากับม้าหมุนพิมพ์หลาย จากการพิมพ์หน้าจอนี้วันที่มีการปฏิวัติและคุณสามารถพิมพ์ออกแบบหลายสีเข้าสิ่งทอ
ที่นี่หลังจาก'พิมพ์สกรีนไหม'ถูกมองที่แตกต่างกันและคุณสามารถพิมพ์ลงเกือบทุกประเภทสิ่งทอหรือเสื้อผ้าที่ทันสมัยมากที่สุดหนึ่งเป็นเสื้อยืด เสื้อยืดพิมพ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมและเป็นเทคนิคที่รู้จักกันดีทั่วโลก ยังมีการคิดค้นเทคนิคใหม่ที่วิธีการเดิมหรือกระบวนการสี CMYK 4 เป็นวันที่เป็นกระบวนการจำลองสีหรือ 12 สีเป็นเทคนิคการเริ่มต้นใช้มืออาชีพมากที่สุดเครื่องพิมพ์หน้าจอ

ประวัติของเสื้อยืด

ประวัติของเสื้อยืด เสื้อยืดที่เราใส่กันอยู่ทุกวันนี้มันมากจากไหนกัน

ในยุคนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่คนที่สวมเสื้อยืดกันซะเป็นส่วนใหญ่ เรามักจะเห็นเสื้อยืดสกรีนลวดลายเท่ๆอยู่ตามท้องถนนอยู่เสมอ คงจะพดได้ว่าเสื้อยืดเป้นวัฒนธรรมทางแฟชั่นของสมัยปัจจุบันนี้ไปซะแล้วละค่ะ แต่จะมีใครที่รู้ที่มาของเสื้อยืดกันบ้างไหมคะ ว่าเสื้อยืดที่เราสวมใส่กันอยู่ทุกวันนี้นั้นมีมาจากไหน

เสื้อยืด หรือ ทีเชิร์ต ( T-shirt หรือ tee shirt) หรือ คือ เสื้อคอกลมและแขนสั้น ที่มักจะไม่มีกระดุม ไม่มีปกเสื้อ และไม่มีกระเป๋า เสื้อยืดมักจะทำจากผ้าฝ้าย หรือ ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ มีการออกแบบลายให้ดูน่าสนใจด้วยตัวหนังสือหรือรูปภาพต่างๆค่ะ
มีการอ้างอิงว่าสถานที่ๆเป็นต้นกำเนิดแนวความคิดของเสื้อยืดจริงๆ น่าจะเป็นที่สหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อนายทหารอเมริกันพากันสังเกต ทหารจากยุโรปนั้นจะใส่เสื้อในจากผ้าฝ้ายบางเบา แต่ในขณะที่ทหารอเมริกันกลับอยู่ในชุดที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ตั้งแต่นั้นมาพวกกองทัพสหรัฐจึงได้เปลี่ยนมาใช้ชุดผ้าฝ้ายแทน และเพราะเนื่องจากรูลักษณะของเสื้อที่เป็นรูปตัว T จึงได้เรียกว่า “เสื้อทีเชิร์ต” โดยในกองทัพจะเรียกเสื้อนี้ว่า “training shirt” (เสื้อสำหรับฝึก)
จนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เสื้อยืดได้กลายเป็นเสื้อมาตรฐานของกองทัพอเมริกัน และถึงแม้ว่าเสื้อยืดจะเป็นเสื้อชั้นในแต่ทหารส่วนใหญ่ก็มักจะใส่เสื้อยืดตัวเดียวโดยไม่สวมเสื้อเชิร์ตนอก จนในปี 1942 นิตยสาร Live ได้ถ่ายรูปทหารสวมเสื้อยืดที่สกรีนว่า “Air Corps Gunnery School” ขึ้นปกเป็นครั้งแรก แต่กว่าเสื้อยืดที่จะเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านทั่วไปก็ต้องรอไปอีกถึง 13 ปีเลยล่ะค่ะ
ส่วนเสื้อยืดสกรีนลายตัวแรกของโลกนั้นเกิดขึ้นในปี 1948 เมื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐโธมัส อี ดิวเวย์ เกิดปิ๊งไอเดียทำเสื้อยืดที่มีสกรีนคำว่า “Dew It for Dewey” ขึ้นมาครั้งแรกของโลก ซึ่งเสื้อตัวปัจจุบันถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในอเมริกาเรียบร้อยแล้วค่ะ
และในปี 1952 ก็มีการทำเสื้อยืดสกรีนคำว่า “I Like Ike” เพื่อสนับสนุน Dwight D. Eisenhower อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นดาราดังในประจำยุคใส่เสื้อยืดตัวนี้ออกทีวี ทำให้เสื้อยืดกลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับการยอมรับจากสาธาณชน
ในปัจจุบันนั้นเสื้อยืดนับเป็นแฟชั่นยอดฮิต เพราะสวมใส่สบาย ราคาไม่แพง และยังสกรีนลวดลายต่างๆลงบนเสื้อยืดได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะใช้ในการโฆษณาด้วยการสกรีนข้อความลงบนเสื้อยืด หรือทำเป็นเสื้อยืดที่ระลึกงานเทศกาลต่างๆ เสื้อยืดที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนต่างๆเช่นเสื้อทีม เสื้อวงดนตรี ต้องถือว่าเป็นเสื้อยืดนั้นเป็นเสื้อยอดนิยมสำหรับแฟชั่นในยุคนี้จริงๆค่ะ

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

ประวัติ ยุคแบบ แฟชั่นเสื้อผ้าโลก ( World Fashion History )

ประวัติ ยุคแบบ แฟชั่นเสื้อผ้าโลก ( World Fashion History )

ประวัติ ยุคแบบ แฟชั่นเสื้อผ้าโลก ( World Fashion History ) เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และน่าจะเป็น ข้อมูลที่หลายท่าน น่าจะได้อ่าน เก็บเอาไว้บ้าง เนื่องจาก การเขียนแบบดิบๆ ไม่มีสคิป คิดอยากจะพิมม์อะไรก็ กดใส่แป้นพิมม์ไป เรื่อยเปลื่อยไม่ได้ตระเตรียม และไม่มีรูปแบบด้วย เพราะนี่มันเป็นแค่ คล้ายๆกับ สมุดแล็คเชอร์ หรือกระดาษโพสอิทเท่านั้น
การเข้าใจยุค ประวัติ หรือวัฒนธรรมแฟชั่น ในแต่ละช่วงของโลก แม้เพียงเล็กน้อย จะทำให้เรา ดูงานแฟชั่นได้ สนุกและรู้เรื่องมาก ยิ่งขึ้นแล้ยังทราบว่า ดีไซเนอร์แต่ละคนหัวใหม่ หรือเก่าอย่างไง คล้ายการอ่านหนังสือพิมม์ พวกธุรกิจรู้เรื่องเพราะเข้าใจ เรื่องการเงิน การตลาดจากการได้เรียน MBA มา นั่นแหละ
[ Note : ฉบับร่าง แก้ขลัดยอก ใช้ไปก่อน เมื่อ babyBride มีเวลาจะมาทำงานชิ้นนี้ ให้ดีกว่านี้ อีกหน ขออภัยในความมักง่าย ]

หากแยก ยุคของแฟชั่นเสื้อผ้า นับถอยหลัง ลงไปสัก 100 ปี เรามาดูซิว่า ใคร มีอิทธิพล กับการเปลี่ยนแปลง ทางแฟชั่น และงานเสื้อผ้า ไม่ว่า ชุดเดรส ชุดราตรี ชุดลำลอง ในช่วงนั้น มันมีรูปแบบ กันเป็นอย่างไงกัน ลองเริ่มกันเลย
ประวัติยุค 1900-1910 แฟชั่นเสื้อผ้า ยุค Art Nouveau ผลงานดังๆไดแก่ ดีไซเนอร์ Paul Poiret, Jean Paquin, Mariano Fortuny.
ประวัติยุค 1910-1920 แฟชั่นเสื้อผ้า ยุคเริ่มถูกกล่าวถึง Art Deco กำลังคืบดลานเข้ามา แทนแฟชั่นในแบบเก่าๆ มีดีไซเนอร์ดังๆได้แก่ Coco Chanel ที่เคยเขียนประวัติเอาไว้ บางส่วน, Paquin, Lanvin, Jackues Doucet และ  Leon Bakst
แฟชั่นเสื้อผ้า ช่วงปี 1920-1930  เป็นช่วงของการฟักตัว ของการเป็น Art Deco ยังมี designer ดังๆเกิดมากมาย ในยุคนี้ได้แก่ Coco Chanel , Madeleine Vionnet, Lanvin, Edward Molynex, Erte , Sonia Delauney และ Jean Patau
แฟชั่นในช่วง 1930-1940 เริ่มยุคของ Ready-To-Wear (  RTW ) โดยมีหัวหอก จากปารีสเป็น Coco Chanel และ Elsa Schiaparelli
ประวัติยุค 1940-1950 ช่วงนี้ Art Deco เริ่มล้าสมัยไปแล้ว ด้วยอิทธิพลด้วยการ ลบล้างของเหล่า นักออกแบบคนดัง อย่าง  Christian Dior , Christobal Balensiaga, Lucien Lelong, Jacques Fath และ Pierre Balman คนดังๆเกิดมาก ในช่วงนี้แหละ
ประวัติยุค 1950-1960 ช่วงที่ Neo Realism เข้ามามีบทบาท กับกระสแฟชั่น RTW เริ่มเผยแพร่ และหลายๆสำนักทำกัน ดีไซเนอร์คนดัง ที่มีผลงานใน ช่วงนี้ก็เป็น นักออกแบบหน้าเก่า และใหม่ ผสมกัน ได้แก่ Christian Dior, Jack Patu, Emilio Pucci และ  Pierre Balman


ประวัติยุค 1960-1970 กระแสของเพลงร็อค แฟชั่นข้างถนน วัฒนธรรม การแต่งกาย วัยรุ่น เข้ามามีบทบาทมากขึ้น กับ กระบวนการในการออกแบบ เสื้อผ้า ซึ่ง คนดังต่างๆ ได้แก่ Yves Saint Laurent ( YSL ) คนโปรด baby-bride หรืออย่าง Paco Rabanne, Ted Lapidus, Mary Quant, Andr Courrges , Pierre Cardin และ Emanuel Ungaro
ประวัติยุค 1970-1980 แฟชั่นย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ที่มีชื่อเสียง มากๆ และมีอิทธิพลกับ เทรนด์ของ แฟชั่นเสื้อผ้า ได้แก่
  • จากฝรั่งเศส ก็เช่น Yves Saint Laurent ( YSL ) และ Kenzo ที่ย้ายมาจาก ญี่ปุ่น ตอน ปี 1964.
  • ของอังกฤษ ก็มีมี่เคยกล่าวไปเช่น Vivienne Westwood
  • ทางพี่เบิ่มสหรัฐ ก็ได้แก่  Calvin Klein
  • อิตาลี ก็ต้องพูดถึง ลุง Valentino, Armani , Versace
  • Ready to were แบด์เนมดังๆ ก็ได้แก่  Gap และ Benetton ที่เกิดเมื่อปี1965
ประวัติศาตร์แฟชั่นโลก ยุค 1980-1990 โอ้ยเมื่อไม่นานมานี่่
  • คุณปู่ Karl Lagerfeld ของ Chanal Thierry Mugler, Claude Montana , Alaia และ Christian Lacroix
  • จากค่ายญี่ปุ่นก็เช่น Ray Kawakoobo, Issey Miyake และ Yohji Yamamoto
  • จากลอนดอนก็ Vivienne Westwood established her priority in development of new inspired by alternative fashion
  • Ready to were เสื้อผ้าแบนด์ดังๆก็ได้แก่ Benetton, Gap
ประวัติแฟชั่นปี 1990-2000 ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ เราเห็นๆกันอยู่แหละ มากมาย นักออกแบบ เสียเหลือเกิน เช่นไม่ว่า John Galliano จากห้องเสื้อ  Dior อีกจะ Marc Jacob ของหลุยส์วิตตอง คุณ Tom Ford จาก Gucci หรือ  Hussein Chalayan และ Alexander McQueen มีไม่น้อยกว่าดาราไทย แน่นอน