วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กระเป๋าหนังแท้ กระเป๋าหนังเทียม

















อดีตหนังแท้นั้นมีลักษณะที่บ่งบอกได้ชัดเจนอยู่หลายประการ เช่น  กลิ่น ลาย พื้นผิวด้านหลัง ฯลฯ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาจนทำให้หนังเทียมมีรูปแบบลวดลายใกล้และเหมือน หนังแท้มากขึ้น เราจึงต้องมารู้จักลักษณะพื้นฐานของหนังแท้และหนังเทียมกันก่อน ดังนี้
ลักษณะพื้นฐานของหนังแท้
ในอดีตหนังแท้มีลักษณะพื้นฐานที่ชี้ชัดได้ง่ายเช่น มีกลิ่นหนัง ผิวมีรูขน ด้านหลังเป็นขนสักหลาด ซึมซับน้ำหากอากาศเย็นเมื่อสัมผัสจะรู้สึกอุ่นขณะที่อากาศร้อนเมื่อสัมผัสจะ รู้สึกเย็นดูแลทำความสะอาดยาก  ลายบนผิวเป็นธรรมชาติไม่มีรอยต่อลาย (Emboss repeat)การพัฒนาด้านต่างๆในอุตสาหกรรมการฟอกหนังและการตกแต่ง (Finishing) เป็นปัจจัยที่ทำให้ลักษณะพื้นฐานเปลี่ยนไปจนไม่อาจจะใช้เป็นตัวพิจารณา บ่งบอกความเป็นหนังแท้ได้อีกต่อไป ซึ่งการฟอกย้อมในปัจจุบันมีความพยายามที่จะลดกลิ่นหรือให้เจือจางที่สุด ดังนั้น หนังแท้ที่ดีจึงมักไม่มีกลิ่น มีการใช้ Water Repel lance เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเกาะ หนังมีฉนวนและถ่ายเทอากาศได้ ก็เป็นเฉพาะหนังประเภท Full grain หรือ Corrected grain ที่ผ่านการ Top coating หรือ Finishing บางๆเท่านั้น
หนังแท้ส่วนใหญ่ผิวลาย รอยย่นของผิว (Grain Break) โดยปกติจะมีลักษณะเป็นธรรมชาติเหมือนผิวหนังของคน แต่หนังแท้บางชนิดที่เนื้อแน่น หรือ แข็ง ที่เป็นหนังคุณภาพดีก็ไม่มีรอยย่นของผิวให้สังเกตดู ขณะเดียวกันหนังเทียม PU จะมีรอยย่นของผิวใกล้เคียงกับหนังแท้ทั่วไป
หนังแท้จะมีขนาด (Shape/Size) แต่ละชิ้นไม่แน่นอนเพราะเป็นของธรรมชาติ หนังแท้จะไม่ติดไฟหรือถ้าติดก็จะดับได้เอง
หนังเทียมเหมือนหรือใกล้หนังแท้แค่ไหน
หลายปีมาแล้วเทคโนโลยีได้สร้างหนังเทียมที่มีคุณสมบัติทั้งทางกายภาพและทาง ด้านเคมีเหมือนหนังแท้ จนสามารถ แยกแยะแม้จะด้วยวิธีการวิเคราะห์ในห้องแล็ป ถึงกระนั้นต้นทุนที่ได้มาสูงกว่าราคาหนังแท้มากจนไม่มีความคุ้มค่าเชิง พาณิชย์ อย่างไรก็ตาม หนังเทียมทั้ง PU / PVC ก็คงมีลักษณะพื้นฐานหลายอย่างที่แตกต่างจากหนังแท้และหลายอย่างเหมือนหรือ ใกล้เคียงกับหนังแท้ ตัวอย่างเช่น
รอยย่นผิวบน ปกติหนังเทียม PVC จะไม่เกิดรอยย่นเมื่อเวลาพับด้านผิวบนเข้าหากันเพราะมีความกระด้างมาก ขณะที่ Semi-PU และหนังเทียม PU จะมีรอยย่นดูคล้ายหนังแท้
ผิวหน้าของหนังเทียม PU มักมีความหนืดติดมือ (sticky) ขณะหนังเทียม PVC กลับมีความแห้งลื่นมากว่า เมื่อเทียบกับหนังแท้
ด้านหลังของหนังเทียม PVC โดยปกติจะเป็นผ้าทอ หากไม่มีหลังผ้าก็จะเห็นเป็นชั้นพลาสติก ขณะที่หนังเทียม PU ทั่วไปก็เช่นกัน เว้นแต่บางเกรด (Coaggulation by Dipping base) ที่ถูกนำไปขัดด้วยกระดาษทรายด้านหลังจนทำให้เป็นขนดูคล้ายหนังกลับหรือเส้น ใยหนังแท้
ข้อมูลจาก วารสารเครื่องหนังไทย


การดูแลกระเป๋าหนัง แนะนำให้เอากระดาษหนังสือพิมพ์ หรือกระดาษอะไรก็ได้ยัดไว้ในกระเป๋าเพื่อให้กระเป๋าคงรูปทรงเดิม

วิธีดูแลกระเป๋าหนังใบสวยให้มีอายุการใช้งานให้ยาวนาน คุ้มค่า คุ้มราคา ไว้ว่า "" สำหรับคุณสาวหลายคนที่ซื้อกระเป๋าเก็บไว้เป็นจำนวนมาก หากไม่มีตู้ที่เก็บกระเป๋าแยกเป็นสัดส่วน ฉะนั้น กระเป๋าที่มีอยู่หลายๆ ใบก็มีโอกาสแออัดยัดเยียดเบียดกันอยู่ในตู้ ซึ่งส่งผลให้กระเป๋าเสียรูปทรงได้ง่าย ""

สำคัญอากาศในประเทศไทยมีทั้งความชื้น และอุณหภูมิที่สามารถทำให้คุณภาพหนังและวัสดุต่างๆ ของกระเป๋าเกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นสีหนังที่อาจจะเพี้ยนไปจากเดิม หรือมีการเยิ้มไหลของสีในบางจุดของกระเป๋า

สำหรับ การดูแลกระเป๋าหนัง แนะนำให้เอากระดาษหนังสือพิมพ์ หรือกระดาษอะไรก็ได้ยัดไว้ในกระเป๋าเพื่อให้กระเป๋าคงรูปทรงเดิม และควรเก็บกระเป๋าหนังใส่ถุงผ้าอีกชั้นหนึ่งด้วย และควรนำกระเป๋าออกมาผึ่งลมเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อตรวจสภาพกระเป๋าว่ายังคงสภาพสมบูรณ์หรือเปล่า

ส่วน การเช็ดทำความสะอาด ทำได้ง่ายๆ เพียงใช้ผ้าแห้งปัดฝุ่นออกก็พอแล้ว หรือหนังบางประเภทก็ต้องหลีกเลี่ยงการโดนน้ำ เพราะจะทำให้เกิดรอยด่างได้ หรือกระเป๋าหนังบางประเภทต้องใช้หนังแกะในการเช็ดทำความสะอาด เพื่อให้น้ำมันธรรมชาติจากหนังแกะทำความสะอาดหนังกระเป๋า เช่นนั้นต้องศึกษาคุณลักษณะพิเศษของกระเป๋าตามแต่ชนิดของหนังเพื่อการดูแลที่ถูกต้อง 

 ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้า สำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพราะถุงแบบนั้นจะมีข้อดี คือ ลมสามารถผ่านได้พอประมาณกันฝุ่นได้

- อย่าเก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติก โดยเฉพาะกระเป๋าหนัง เพราะอากาศร้อนจะทำให้กระเป๋าหนังกรอบ

- สิ่งที่ควรระวัง คือ ถ้าวางกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อน สามารถหลอมละลาย สีเคลือบตู้ให้มาติดบนหนังกระเป๋าได้ โดยเฉพาะหนังแก้ว โปรดเก็บใส่ถุงผ้าก่อน

- ควรนำกระเป๋ามารับออกซิเจนบ้าง นำกระเป๋าออกมาจากถุงผ้า ให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก สิ่งสำคัญ คือ ให้วางในร่มไม่ต้องตากแดด

- ซื้อมาใหม่ ๆ ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนัง มีคุณภาพดีทนทานต่อริ้วรอยยิ่งขึ้น

- การรักษารูปทรงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ คือ การยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษ จะช่วยรักษารูปทรงได้ เพราะไม่ว่าเก็บไว้ในลักษณะนอนหรือตั้ง ก็ทำได้สบาย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรง 


วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ประวัติความเป็นมา ของกระเป๋าในยุคปัจจุบัน



รูปแบบ กระเป๋าแฟชั่น มีประวัติ มีที่มาไม่ธรรมดาเลยนะคะ เริ่มแรกเดิมที เกิดจากการนำเอาหนังสัตว์ ผ้า ที่เป็นวัตถุดิบที่หาได้ในยุคนั้น ซึ่งมีความคงทน เหนียว ทนทานต่อการใช้งาน มาประดิษฐ์ ประกอบเป็นรูปร่างกระเป๋า ซึ่งมีลักษณะคล้ายถุง มีทั้งถุงหนัง และถุงผ้า
แรกเริ่มเดิมที ไม่ได้มีการประดับประดา ตกแต่งมากนักคะ เป็นสภาพดิบๆ เพียวๆเลย เพราะทำมาเพื่อการใช้งานนั่นเอง

คนที่คิดแรกๆไม่ใช่ใครคะ ก็ต้องเป็นผู้ชายนั่นเอง
ตามประวัติแรกเริ่มเกิดขึ้นในหมู่พระสงฆ์ ในทวีปแอฟริกา ที่เริ่มประดิษฐ์ถุงหนังเอาไว้เก็บพระเครื่อง เครืองรางทั้งหลาย

ต่อมาเมื่อมีการแพร่หลายในหมู่ผู้หญิง จึงเริ่มเกิดคำว่าแฟชั่นตามมา

ซึ่งแฟชั่นก็มีหลายยุคคะ ตั้งแต่ยุคอียิปต์ ยุคอลิซาเบธ ยุควิกตอเรียน ศตวรรษที่ 19
จะขอกล่าวถึงช่วงเวลาในยุค victorian ใน ค.ศ.19 นะคะ

ยุคนี้เป็นสไตล์ที่คนไทย เรารู้จักกันดี ที่มักจะเรียกติดปากว่า สไตล์วินเทจ สไตล์วิกตอเรียน

ที่จะแต่งลูกไม้ระบายฟูฟ่อง เน้นความหรูหรา อ่อนหวาน
ผู้ชาย และผู้หญิงในยุคนี้นั้น ตั้งแต่ชนชั้นสูงไปจนถึงชนชั้นกลาง การแต่งกาย มารยาท จะบ่งบอกถึงรสนิยม ที่มาที่ไปของแต่ละตระกูล

กระเป๋าที่นิยมในยุคนี้นั้น จะเน้นให้ออกมาสไตล์เดียวกับเสื้อผ้า ก็คือ ต้องมีดอกไม้เป็นส่วนประกอบ
มีประดับตกแต่งด้วยลูกปัดอัญมณี ทั้งงานผ้า และงานหนัง ขนาดจะไม่ใหญ่มากนัก
ขอให้ออกมาดูดี มีสไตล์ไว้ก่อน


ที่เป็นกระเป๋าใบเล็ก ไม่ใหญ่มากนัก ก็เพราะ แค่ชุดก็แทบจะต้องแบก ต้องลากกันไปพอสมควร
ดังนั้นจะต้องแบกใบใหญ่ไปด้วย ก็คงจะดูไม่ค่อยเหมาะซักเท่าไหร่ จริงมั๊ยคะ


ส่วนชุดที่สตรียุคนี้ใส่ ด้านบนจะรัดในแน่น โดยเฉพาะพุง จะไม่มีทางได้เห็นว่ายื่นออกมาเลย อิอิ..
ดูเหมือนเสตย์รัดในสมัยนี้เลยนะคะ ถึงจะอึดอัด แต่ก็มีข้อดีตรงที่ว่า ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องไม่หย่อนคล้อย
ส่วนกระโปรง ก็ต้องบานออก คล้ายๆสุ่ม แต่ไม่เป็นสุ่มเยอะแยะมากมาย เหมือนสมัยอลิซาเบธ เพราะการแต่งกายเริ่มเปลี่ยนแปลง จากสุ่มบานๆ ก็ตอนที่เกิดสงครามฝรั่งเศส และลามไปทั่วยุโรป อังกฤษ อเมริกา
ตอนนั้นก็ลดขนาดสุ่มลง เหลือแค่พอมี ก็เพื่อความคล่องตัวนั่นเองคะ เพราะในยุคข้าวยากหมากแพง หากจะต้องเสียเวลาแต่งชุด ใช้เวลาในการเดินทางยาว

เพราะในสมัยนี้ ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง จะต้องเข้าสังคมมากขึ้น
เป็นยุคเปิดประเทศ เฟื่องฟู หลังจากผ่านช่วงสงครามที่ผ่านมา

จะเห็นได้ว่า แฟชั่นในยุคนี้นั้น ยังคงเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน ที่เหล่าดีไซน์เนอร์น้อยใหญ่ ได้นำมาเป็นแบบร่างสำหรับคอลเลคชั่นของตนเอง

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก http://www.cowanauctions.com/ คะ

การดูแลกระเป๋าหนังเทียม ให้สวย และใช้ได้นานๆ







กระเป๋าสะพาย และ กระเป๋าสตางค์ หนังเทียมที่เราเห็นกันทั่วๆไปนั้น ผลิตมาเพื่อทดแทนการใช้หนังแท้ ในกระบวนการผลิต เนื่องจาก หนังแท้นั้นมีราคาสูง และแพงกว่าหนังเทียมมาก เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง เพื่อตอบสนองผู้บริโภค อุตสาหกรรม จึงผลิตออกมา เพื่อชดเชยในจุดนี้

หนังเทียมที่เห็นอยู่ทั่วๆไปนั้น แบ่งตามชื่อเรียก ที่เข้าใจง่ายๆ อยู่ 3 แบบ
ทั้ง หนังพียู หนังเซมิพียู และหนังพีวีซี


จะถูก หรือ แพง ขึ้นอยู่กับว่า แบบไหน ผลิตออกมาใกล้เคียงหนังแท้ได้มากที่สุด คือ ต้องมีลวดลาย สีสัน และความยืดหยุ่น ใกล้เคียงกับหนังแท้ที่สุด

โดยปกติแล้ว หนังพียู จะแพงกว่า เซมิพียู และเซมิพียู ก็จะแพงกว่า พีวีซี

แต่แพงกว่า ไม่ได้หมายความว่า จะต้องทนทานกว่านะคะ ขึ้นอยู่กับว่า ใช้ส่วนผสมเกรดดี เป็นวัตถุดิบในการผลิตด้วยหรือไม่

วิธีดูแลกระเป๋าที่ทำจากหนังเทียม มีวิธีดูแลง่ายๆดังนี้

1.เก็บเศษฝุ่นผง ในกระเป๋าออกให้หมดคะ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านใน เก็บให้เนี๊ยบไปเลย เพราะเจ้าฝุ่นพวกนี้หละ ตัวก่อเกิดเชื้อโรค และกลิ่นชั้นดีเลยคะ

2.ใช้ผ้าเช็ดฝุ่นที่เคลือบด้านนอกกระเป๋าออกให้หมดก่อน

3.ถ้าจุดไหนเป็นคราบฝังแน่น ใช้ผ้าชุดน้ำหมาดๆเช็ดออก แต่ถ้าไม่ออก ก็ต้องใช้น้ำยาที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำ เช็ดออก เพราะน้ำมันที่เป็นส่วนหลัก จะเป็นตัวดึงเอาคราบฝังแน่นออกมา

4.นำผ้าแห้งนุ่มๆ เช็ดเอาความมันออกอีกครั้งนึง 

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

หนังเทียม PU



 วัสดุในการผลิตกระเป๋าชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าถือ 
กระเป๋าเป้ กระเป๋าสตางค์ และกระเป๋าอินเทรนด์ต่างๆ มีอยู่หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นผ้า หนังสัตว์ 
หนังเทียมประเภทต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเครื่องหนังก็เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราพบเห็นหรือเป็นส่วนประกอบอยู่ใน
อุปกรณ์แถบทุกชนิด ไม่ใช่แค่กระเป๋าแฟชั่นที่เป็นเครื่องประดับสำคัญของผู้หญิงเท่านั้น หนังซึ่งเป็น
วัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องหนังมีอยู่หลายประเภทและหลายคุณภาพ เราอาจจะไม่รู้ว่าใน
เครื่องหนังนั้น ๆ มิใช่มีเพียงหนังแท้ที่ได้มาจากหนังสัตว์ แต่ยังมีหนังที่ผลิตจากพลาสติกซึ่งมีลวดลาย
ของหนังแท้เข้ามาทดแทนมากมาย ซึ่งหนังเทียมPUก็เป็นหนังเทียมชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการใช้
ผลิตกระเป๋าหนังแฟชั่นในปัจจุบัน ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกับหนังเทียมPU กันดีกว่า.....
         หนังเทียม PU แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
                    1. หนังเทียม PU แบบอบแห้ง Dry process
                    2. หนังเทียม PU แบบผ่านน้ำ Wet process
         ซึ่งหนังเทียม PU ทั้ง 2 ชนิดนั้นประกอบไปด้วย 3 ชั้น คือ ชั้นสี ชั้นกาว และชั้นผ้า แต่ในชั้นผ้า

ของหนังเทียม PU แบบผ่านน้ำนั้นจะนำไปโค๊ตหรือเคลือบด้วยเนื้อ PU ก่อนเพื่อให้เนื้อสัมผัสเหมือน
หนังแท้ยิ่งขึ้น ซึ่งขั้นตอนในการเคลือบหรือโค๊ตด้วยเนื้อ PU บนชั้นผ้านั้นต้องผ่านน้ำเพื่อสร้างเนื้อ
 PU ให้เนื้อสัมผัสเหมือนหนังแท้ ซึ่งเครื่องเคลือบหรือโค๊ต PU บนผ้าที่ต้องผ่านน้ำเรียกว่าเครื่อง 
Wet process ดังนั้นหนังเทียม PU ที่ใช้ผ้าที่ผ่านกรรมวิธีจากเครื่องนี้จึงเรียกว่า หนังเทียม PU ประเภท 
Wet process
          การผลิตหนังเทียม PU ก็ต้องใช้เนื้อ PU มาเป็นส่วนประกอบอีกด้วย ในแต่ละประเภทของ

เครื่องหนังต้องการหนังเทียม PU ไปใช้งานในลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกชนิดของเนื้อ
 PU มาใช้งานจึงแตกต่างกัน เนื้อ PU มีด้วยกัน 3 ประเภทคือ
                    1. Polycarbonate based PU
                    2. Polyether based PU
                    3. Polyester based PU
         1. Polycarbonate based PU หนังเทียมที่มีเนื้อ PU ประเภทนี้ประกอบอยู่นั้นจะมีอายุการใช้งาน

ได้นานถึง 20 ปีและมีความทนกรดด่างสูง
         2. Polyether based PU หนังเทียมที่มีเนื้อ PU ประเภทนี้ประกอบอยู่นั้นจะมีอายุการใช้งานได้

นานถึง 7 ปีและมีความทนกรดด่างสูง
         3. Polyester based PU หนังเทียมที่มีเนื้อ PU ประเภทนี้ประกอบอยู่นั้นจะมีอายุการใช้งานได้นานประมาณ 3-5 ปี และมีความทนกรดด่างพอควร ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งาน หนังเทียมชนิดนี้เป็นที่นิยม

ที่สุดและเหมาะสำหรับสินค้าแฟชั่นโดยเฉพาะกระเป๋าหนังแฟชั่น
          เนื่องจากมีการใช้เนื้อ PU ประเภท Polyester based PU สูงจึงทำให้เนื้อ PU ประเภทนี้ราคาไม่

สูงมากนักแต่ในภาวการณ์แข่งขันที่สูงก็ยังมีบางโรงงานที่ต้องการลดต้นทุนในการผลิตให้ได้มากที่สุด
จนใช้วัสดุในการผลิตที่ไม่มีคุณภาพทำให้มาตรฐานไม่ถึง สีคุณภาพต่ำทำให้เวลาโดนแดดแล้วสีเปลี่ยน
โดยเฉพาะสีขาวถ้าไม่ใช้สีที่ดีแล้วเวลาเก็บไว้แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองการลดต้นทุนโดยใช้วัสดุFiller
หรือพวกเยื่อไม้Celluloseชนิดlong fibreซึ่งราคาถูกกว่าเนื้อ PU กว่าครึ่งหรือพวกแคลเซี่ยมที่ได้จาก
การระเบิดหินภูเขาซึ่งกิโลละประมาณ 4 บาท ในขณะที่เนื้อ PU ราคากว่าร้อยบาทต่อกิโลกรัม เมื่อผสม
ไปในส่วนผสมอย่างไร้มาตราฐานแล้วจะทำให้อายุการใช้งานและการทนกรดด่างน้อยลงซึ่ง
สินค้าเหลืออยู่แค่ 3-4 เดือนก็เสื่อมจากปกติที่จะอยู่ได้นาน 3-5 ปี

หนังเทียม PU คืออะไร

กระเป๋าหนังแท้ หรือ หนัง PU แบบไหนดีกว่ากัน และ หนัง PU คืออะไร?
หลายๆคนคงเคยคิดว่ากระเป๋าหนัง PU คือกระเป๋าหนังเทียมคุณภาพถูกๆ ซึ่งไม่จริงเสมอไปนะคะ 
หนัง PU ย่อมาจาก Polyurethane เป็นหนังที่ถูกผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้พลาสติกประเภทพียูในการผลิต ซึ่งมีลักษณะลวดลายคล้ายหนังแท้มาก โดยมีคุณสมบัติสามารถระบายอากาศได้ดีไม่แพ้กับหนังแท้ ข้อดีสำคัญประการหนึ่งคือ ราคาไม่แพง 
กระเป๋าหนังประเภท PU นี้ มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3-20 ปี ที่นิยมนำมาผลิตกระเป๋าแฟชั่นที่ขายกันเกลื่อนตามท้องตลาดก็คือ หนังประเภท Polyester based PU ซึ่งมีราคาไม่แพง ส่วนหนังประเภท Polycarbonate based PU จะมีคุณภาพสูงที่สุด อายุการใช้งานยาวนานถึง 20 ปี 
การเลือกกระเป๋าหนังแท้ หรือ หนัง PU นั้น ขึ้นอยู่กับ ลักษณะการใช้งาน โอกาส และ ปัจจัยด้านการเงิน หากคุณต้องการกระเป๋าซักใบที่อยู่กับคุณไปได้นานแสนนาน ให้เป็นกระเป๋าใบเก่ง ก็แนะนำให้มีกระเป๋าหนังแท้ไว้ซักใบ รับรองได้ว่าคุ้มค่า ซึ่งปัจจุบันนี้กระเป๋าหนังแท้ก็ไม่แพงอย่างที่คิด ประมาณใบละ 2,000 บาท ก็ได้กระเป๋าหนังแท้ดีๆมาใช้แล้วค่ะ
หากคุณต้องการเป็นสาวแฟชั่น เปลี่ยนกระเป๋าตามเทรนอยู่เสมอ ก็แนะนำให้ซื้อกระเป๋าหนัง PU ซึ่งมีราคาไม่แพงและคุณลักษณะเทียบเท่าหนังแท้

กระเป๋าหนัง PU สกรีนลาย แฟชั่น

จำหน่ายกระเป๋าหนัง PU สกรีนลายตามสั่ง ทั้งปลีกและส่ง จัดส่งทั่วประเทศไทย





ราคา 280 บาท

ราคา 280 บาท
ราคา 280 บาท
ราคา 280 บาท

ราคา 280 บาท